วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

มหาเวสสันดรชาดก 4. ความในกัณฑ์วนประเวสน์โดยย่อ


มหาเวสสันดรชาดก 4. ความในกัณฑ์วนประเวสน์โดยย่อ

พระเวสสันดร พระมัทรี พระชาลี และพระกัณหา เสด็จผ่านเขาสุวรรณคีรีตาล แม่น้ำโกติมารา เขาอัญชนคีรี บ้านพราหมณ์ชื่อตุณณวิถนาลิทัณฑ์ แล้วมาถึงมาตุลนครในแคว้นเจตราษฎร์ ทรงประทับแรมที่นั่น 

กษัตริย์ในเจตคราษฎร์ทราบข่าวจึงพากันไปเยี่ยมถามข่าวและทูลว่าจะไปช่วยทูลพระเจ้าสญชัยขอโทษให้ก็ดี ยอมให้ประทับครองราชย์ในแคว้นเตราษฎร์ก็ดี 

พระเวสสันดรทรงปฏิเสธทั้งสองอย่าง อ้างว่าการขอโทษจะไม่ได้ผล เพราะพระราชบิดาไม่มีอำนาจในเรื่องเนรเทศพระองค์ การรับครองราชย์ในเจตราษฎร์ก็จะก่อให้สีวีราษฎร์เกิดความกินแหนงเจตราษฎร์จนถึงเกิดรบกันได้ ทรงขอให้กษัตริย์เจตราษฎร์แนะทางไปเขาวงกต

กษัตริย์เจตราษฎร์แนะนำให้ไปประทับแรมที่เขาคันธมาทน์ก่อน  คือ ออกจากมาตุลนครไปทางเหนือผ่านภูเขาคันทมาทน์ วิบุลบรรพต แม่น้ำเกตุมดี ต้นมหานิโครธข้างเขาสานู นาฬิกบรรพต สระมุจลินทร์ แล้วถึงสระโบกขรณีรูปจตุรัส ในเขตเขาวงกต ซึ่งทรงกำหนดไว้แต่ต้นว่าจะถือเป็นที่ประทับ 

เมื่อสี่กษัตริย์เสด็จไปแล้ว กษัตริย์เจตราษฎร์ก็มอบให้พรานป่าชื่อเจตบุตรไปคอยรักษาต้นทางเพื่อไม่ให้ผู้ใดไปรบกวนพระเวสสันดร ยกเว้นแต่ทูตของกรุงสีวีหรือผู้รับคำสั่งกษัตริย์เจตราษฎร์

เมื่อพระเวสสันดรเดินทางไปถึงสระโบกขรณีและกำลังเลือกสถานที่ที่จะเป็นอาศรม พระอินทร์ได้ให้พระเวสสุกรรมไปสร้างอาศรมและเครื่องประพฤติพรตไว้พร้อมสรรพ 

เมื่อพระเวสสันดรเสด็จถึงก็ทรงเห็นอาศรมมีอยู่พร้อมสรรพกับจารึกอนุญาตให้ใช้อาศรม จึงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงเดิม ถือเพศบรรพชาอย่างดาบส แล้วจัดให้พระมัทรีและสองกุมารประทับในอีกอาศรมหนึ่ง สามกษัตริย์ก็บรรพชาเป็นดาบสด้วย 

พระมัทรีทูลอาสาเป็นผู้เสาะหาผลไม้รากไม้ที่เป็นอาหารมาสู่กันทุกวัน พระเวสสันดรขอให้พระมัทรีงดเฝ้าพระองค์ในยามวิกาล หรือเวลาลับตาสองกุมาร พระมัทรีก็รับตกลง

ข้อปฏิบัติของพระมัทรี คือ ลุกขึ้นแต่เช้ากวาดบริเวณอาศรม ตั้งน้ำดื่ม จัดน้ำสรงพระพักตร์ และไม้แปรงพระทนต์ถวายพระเวสสันดร จัดสถานที่ให้เป็นระเบียบ 

มอบสองกุมารให้พระเวสสันดร แล้วเข้าป่าแสวงหาผลไม้ เสด็จกลับอาศรมก่อนค่ำ นำมูลผลาหารไปไว้ในบรรณศาลา สรงน้ำชำระพระกายพระองค์และสองกุมาร แล้วจัดมูลผลาหารไปเลี้ยงดูกัน เสร็จเสวยแล้วพาสองกุมารไปยังที่ประทับของพระนาง

ส่วนพระเวสสันดรทรงตั้งพระทัยปฏิบัติศีลห้าอย่างเมถุนวิรัติ บูชาไฟ

แผ่เมตตาแก่สัตว์ทั่วๆไป

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

มหาเวสสันดรชาดก 3.ความในทานกัณฑ์โดยย่อ


มหาเวสสันดรชาดก 3.ความในทานกัณฑ์โดยย่อ

พระผุสดีทรงทราบข่าวว่าพระเวสสันดรถูกเนรเทศก็เสด็จไปเยี่ยม ทรงดำริเห็นว่าพระเวสสันดรไม่มีความผิด แต่เป็นผู้รู้ไตรเพท ใฝ่พระทัยที่จะบริจาคทาน ทรงเกียรติยศเป็นที่เคารพยำเกรงแก่พระราชาต่างด้าวและทำให้สีวีราษฎร์เจริญมั่งคั่ง จึงรีบเข้าเฝ้าพระสามีขอให้พระราชทานอภัยโทษโอรส 

ทรงอ้างว่าช้างปัจจัยนาคที่ให้ทานไปนั้น กษัตริย์อื่นก็ไม่มี พระเวสสันดรจึงไม่ควรถูกเนรเทศ ถ้าเนรเทศเสียจะเกิดวุ่นวายแก่ราชสมบัติของพระเจ้าสญชัยผู้ชรา เปรียบเหมือนมะม่วงแก่จัดแล้วหล่น ใครๆ ก็เก็บเอาไปหมด 

พระเจ้าสญชัยจะเหมือนหงส์ปีกหักติดอยู่ในตมได้ความลำบาก ประการที่สุดทรงขอให้เห็นแก่พระนาง แต่พระเจ้าสญชัยไม่ยอมอภัยโทษ  ผุสดีก็จนพระทัยทูลลากลับไปปรับทุกข์กับพระเวสสันดรและพระมัทรี

แม้อยู่ในฐานผู้ต้องเนรเทศเพราะบริจาคทาน เช้าวันรุ่งขึ้นพระเวสสันดรก็ยังบริจาคทานทั้งทานปรกติและสัตดกมหาทานอีก แล้วชวนพระมัทรีเข้าเฝ้าทูลลาพระบิดา 

พระเจ้าสญชัยทรงทัดทานมิให้พระมัทรีโดยเสด็จพระเวสสันดร พระมัทรีทรงอ้างความจงรักภักดีที่มีต่อพระสามี และความรังเกียจที่จะอยู่เป็นม่าย ทั้งยืนยันว่าจะขอตามพระสามีไป 

พระเจ้ากรุงสัญชัยจึงขอสองกุมาร แต่พระมัทรีก็อ้างว่าพระนางไม่อาจตัดขาดจากพระโอรสพระธิดาดังพระเจ้าสัญชัย ทั้งสองกุมารก็ไม่มีความผิดอันควรรับโทษถึงตัดขาดแม่ลูก และไม่เป็นสิทธิ์แก่พระมัทรีโดยเฉพาะ 

การให้สองกุมารอยู่กับพระเจ้าสญชัยอาจก่อความระแวงใจในหมู่ชาวเมือง เปรียบด้วยงู แม้เป็นลูกงูก็ย่อมมีพิษ เกรงจะถูกชาวเมืองขอร้องให้ขับไล่อีก 

ต่อจากนั้นทั้งสี่กษัตริย์ก็ไปทูลลาพระนางผุสดี พระเวสสันดรและพระมัทรีทูลให้ทราบความจำนงว่าจะบรรพชา พระผุสดีก็ทรงสั่งสอนและอนุโมทนา

เช้าวันรุ่งขึ้น พระเวสสันดรให้ขนเครื่องแก้วแหวนเงินทองออกทำทานอีก ทรงฝากฝังพระชนกชนนีแก่พระประยูรญาติและสนมกำนัลทั้งปวง แล้วเสด็จดำเนินด้วยราชรถไปตามทางสู่เขาวงกต 

ระหว่างทางได้ประทานม้ารถแก่ผู้ทูลขอทุกอย่างจนหมด ในที่สุดต้องเสด็จดำเนินด้วยพระบาท

มหาเวสสันดรชาดก 2. ความในกัณฑ์หิมพานต์โดยย่อ


มหาเวสสันดรชาดก 2. ความในกัณฑ์หิมพานต์โดยย่อ

พระผุสดีจุติจากสวรรค์ลงมาบังเกิดเป็นธิดากษัตริย์มัทราช ครั้นมีพระชนม์ 16 ปี ได้อภิเษกสมรสกับพระสญชัยราชโอรสพระเจ้าสีวี ต่อจากนั้นพระสญชัยก็ได้รับมอบราขสมบัติจากพระราชบิดา 

ภายหลังพระผุสดีก็ทรงพระครรภ์โอรส เมื่อครบกำหนดก็ประสูติพระเวสสันดรโพธิสัตว์ ในระหว่างกำลังประพาสถึงทำเลการค้า ในวันเดียวกันแม่ช้างเชือกหนึ่งก็มาคลอดช้างปัจจัยนาคไว้ให้ในโรงช้าง แล้วแม่ช้างก็ออกท่องเที่ยวไป

พระเวสสันดรแรกประสูติออกมา ก็ปรารภกับพระมารดาขอทำทาน ครั้นมีพระชนม์ได้ 8 พรรษา ก็ปรารภจะบริจาคทานด้วยสิ่งในกาย พอพระชนม์ 16 พรรษา ก็สำเร็จการศึกษาศิลปศาสตร์ต่างๆ 

พระเจ้าสญชัยจึงขอพระนางมัทรี ธิดาแห่งกษัตริย์มัทราชมาให้อภิเษกสมรส แล้วมอบราชสมบัติให้ครอบครอง ต่อมาพระมัทรีก็ประสูติพระราชโอรสชื่อชาลีและพระธิดาชื่อกัณหาชินา  ตามลำดับ

ในระหว่างครองราชสมบัติ พระเวสสันดรทอดพระเนตรฉทานศาลาที่ทรงจัดไว้เดือนละ 6 ครั้ง คราวหนึ่งประจวบกับคราวที่แคว้นกลิงคะราษฎร์แห้งแล้งอาหารอดอยาก กษัตริย์แห่งกลิงคราษฎร์จึงส่งพราหมณ์ไปทูลขอช้างปัจจัยนาคจากพระเวสสันดร เพราะทรงทราบข่าวว่าช้างนั้นอยู่ ณ ที่ใด ฝนฟ้าก็ตกตามฤดูกาล พระเวสสันดรก็ประทานให้ 

เมื่อความทราบไปถึงชาวกรุงเชตุดร ก็พากันไม่พอใจ พากันไปร้องเรียนต่อพระเจ้าสญชัยขอให้ลงทัณฑ์พระเวสสันดร พระเจ้าสญชัยจึงตรัสสั่งเนรเทศให้ไปอยู่เขาวงกต พระมัทรีจึงตกลงพระทัยจะนำโอรสและธิดาติดตามพระเวสสันดรไปด้วย

มหาเวสสันดรชาดก1.ความในกัณฑ์ทศพรโดยย่อ


มหาเวสสันดรชาดก1.ความในกัณฑ์ทศพรโดยย่อ


ภายหลังการตรัสรู้ พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปแสดงธรรมจักกัปปวัตตนสูตรโปรดพระเบญจวัคคีย์ที่เมืองพาราณสี แล้วเสด็จผ่านกรุงราชคฤห์ไปเยี่ยมพระญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ 

ทรงแสดงอภินิหารโน้มพระทัยพระญาติทั้งปวงให้เลื่อมใสในพระองค์ ก็พอดีฝนโบกขรพรรษบังเอิญตกลงในที่ชุมชน 

ความอัศจรรย์ของฝนที่เป็นน้ำสีแดง ผู้ใดประสงค์จะให้ถูกตัวหรือไม่ก็ได้ เป็นเหตุให้มีเสียงเลื่องลือกัน พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าฝนเช่นนั้นเคยมีตกในอดีต 

ครั้นพระสาวกอาราธนาให้ทรงเล่า พระพุทธฌจ้าก็ทรงตรัสเวสสันดรชาดก ทรงกล่าวถึงกำเนิดพระผุสดีหนก่อนว่าในอดีตเคยทำบุญแด่พระพุทธเจ้าองค์หนึ่งและตั้งอธิษฐานเพื่อจะได้เป็นพระพุทธมารดาในภายหน้า 

ครั้นนางสิ้นชีพแล้วได้ไปบังเกิดเป็นมเหสีพระอินทร์ เมื่อสิ้นบุญแล้วถึงกำหนดจะต้องจุติ พระอินทร์ให้นางขอพรได้สิบประการ 


นางก็แสดงความจำนงจะบังเกิดในพระนามผุสดีและได้ไปอยู่ในราชสำนักพระเจ้าสีวี  ให้มีพระราชโอรสทรงเกียรติยศสูงสุดในโลกและใฝ่ในการกุศล ขอมีลักษณกัลยาณีต่างๆและให้ได้ช่วยนักโทษถึงตายให้พ้นตาย 

พระอินทร์ก็อนุมัติและกำหนดจะให้ได้บรรลุความประสงค์ครบถ้วน ณ ราชสำนักพระเจ้ากรุงสีวี